ธรรมะ คำสอน

ธรรมที่เป็นจริง

ธรรมะ คำสอน
แก่นของธรรมะ ที่เราคุ้นเคยคือ อริยสัจสี่ "ทุกข์-สมุทัย-นิโรธ-มรรค" ธรรมที่เป็นความจริง 4 ประการ เห็นทุกข์ เข้าใจสมุทัย เหตุแห่งทุกข์ ทำมรรค ทางดับทุกข์ เกิดนิโรธ คือ การดับทุกข์ คำว่าทุกข์ นั้นคือความรู้สึก ในเหตุการณ์เดียวกัน คนนึงทุกข์มาก อีกคนอาจจะไม่ทุกข์เลย นั่นเป็นเพราะ การปรุงแต่งโลกในใจของแต่ละคน จากการปรุงนี้เอง ที่ทำให้จะเกิดทุกข์ หรือไม่เกิดทุกข์ เมื่อใดที่มีเหตุการณ์ใดใดก็ตามเกิดขึ้น เราลองมาแยก ความจริง ออกจากความคิดเห็น ความรู้สึกก่อนไหม มองเหตุการณ์ ตามความเป็นจริงที่เกิดขึ้น โดยที่ไม่เอา อารมณ์ ความคิด ความคุ้นเคย เข้าไปใส่ เช่น เราขับรถ แล้วรถด้านหน้าขับช้า ไม่ทันใจเรา เหตุการณ์ คือ รถคันหน้า กำลังเคลื่อนไหว การปรุงแต่งของเรา คือ ความช้าที่เรานิยามขึ้นมา แปรผันตามความรีบในใจของเรา และเรายืนยันว่าความช้านี้เป็นจริง โดยเอามาตรวัดความเร็ว มาเป็นตัวตัดสิน ผล คือ โลกในใจเราหงุดหงิด จากผลนี้ ก่อตัวกลายเป็นเหตุใหม่ขึ้นมาอย่างรวดเร็ว เหตุใหม่คือ เราหงุดหงิด ผลใหม่คือ เราด่าท่อ คนขับคันหน้า บีบแตรโวยวาย วงจรเหตุและผลนี้ อาจจะซ้อนกันต่อไปเรื่อยๆ เช่น เราอาจจะด่าต่อไปเรื่อยๆ คนขับด้านหน้าจอดกระทันหันตกใจ เราชนกับเค้า เรียกประกัน ไปสาย อารมณ์เสียไปทั้งวัน พูดจาไม่ดีกับคนอื่นต่อ ทะเลาะกับคนอื่น และจบที่ว่า วันนี้เป็นวันที่แย่จริงๆ
หากเรากลับไปมองเหตุการณ์ใหม่ ตามความเป็นจริง "รถคันหน้า กำลังเคลื่อนไหว" เราจะเจอทุกข์ไปอีกทั้งวันไหม แต่การมองแบบนี้ ไม่ได้หมายความว่า ความช้า นั้นไม่มีอยู่จริง ความช้านั่นอาจจะมีอยู่ แต่พอมากระทบใจเราแล้ว เราใช้ "สติ" มาพิจารณาถึงเหตุและผลทั้งวงจร อย่างละเอียดแล้ว ทุกข์นี้ก็ดับได้เอง โดนที่ เผลอๆแล้ว ทุกข์ยังไม่เกิดเลยด้วยซ้ำไป
หลวงปุ่

ความสุขที่ได้มา เราเสียอะไรไป

ธรรมะ คำสอน
สิ่งที่หลวงปู่สอน จุดหมายปลางทาง คือ ละ วาง ว่าง นั้นคือความสุขที่แท้จริง เมื่อเรา มองหาความสุขจากภายนอก ความสุขที่เราได้มา แลกกับความสงบที่เราเสียไป เราเอากายตามหากิจกรรม ที่เรานิยามว่าความสุข เอาจิตไปคลุกกับกิเลส โอกาสเห็นความว่าง จึงไม่มี สิ่งเหล่านั้นล้วนแต่เป็นมายาหลอกล่อจิตของเรา เมื่อใดที่เราเพียร ฝึกฝน จิตใจ จนตื่นธรรม มีจิตที่เป็นอิสระแล้ว นั้นหละ เราจะพบกับความสุข ที่แท้จริง
ป่า