อัตชีวประวัติ

หลวงปู่อำพร ฐานารโห
2023 หลวงปู่อำพร บิณฑบาต full
หลวงปู่ เณร12ปี

01 เณรน้อย อำพร

พื้นเพหลวงปู่กำเนิดที่บ้านท่าแสง ตำบลลำพาน อำเภอเมือง จังหวัดกาฬสินธุ์

เป็นบุตรของคุณพ่อเหง้า ภูอาพิศ และคุณแม่สอน นันภักดี ซึ่งประกอบอาชีพทำนา

ท่านเป็นบุตรคนที่ 2 ในบรรดาพี่น้องทั้งหมด 7 คน มีพี่สาว 1 คน น้องสาว 3 คน และน้องชาย 2 คน

ตั้งแต่วัยเยาว์ หลวงปู่เติบโตในวิถีชีวิตของ “เด็กวัด” อาศัยและช่วยงานในวัดบ้านท่าแสง (มหานิกาย) ระหว่างเรียนหนังสือ

จนจบชั้นประถมศึกษาปีที่ 4 จากนั้นจึงตัดสินใจบรรพชาเป็นสามเณร และย้ายไปศึกษาต่อที่

วัดหอไตร อำเภอเมือง จังหวัดกาฬสินธุ์ ตามคำชักชวนของพระน้าชาย

ด้วยความรักในการศึกษาและความมุ่งมั่นที่จะช่วยแบ่งเบาภาระครอบครัว ท่านจึงเลือกอาศัยอยู่ในวัด เพื่อสามารถเรียนหนังสือและใช้ชีวิตอย่างประหยัดกิจวัตรในฐานะสามเณรคือ การทำวัตรเวลาตี4 และ 6 โมงเย็น ทุกวัน

ท่านศึกษาจนจบชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 3 และอยู่ในสมณเพศสามเณรเป็นเวลา 6 ปี ระหว่างนั้นได้สำเร็จการศึกษานักธรรมชั้นโท

เมื่อมีอายุครบ 15 ปี ท่านตั้งใจจะศึกษาต่อในระดับนักธรรมชั้นเอก  แต่ได้ตัดสินใจเปลี่ยนเส้นทางไปเรียนสายสามัญในระดับ ม.1-ม.3 

เพื่อให้มีวุฒิการศึกษาสามารถนำไปใช้ประกอบอาชีพได้ในอนาคต

เมื่ออายุได้ 18 ปี มารดาล้มป่วย หลวงปู่จึงตัดสินใจลาสิกขาเพื่อกลับมาดูแลโยมแม่อย่างใกล้ชิด

02 เส้นทางสู่นักธรรมเอก

หลังจากลาสิกขาเพื่อกลับมาดูแลโยมแม่ที่ล้มป่วยอยู่ระยะหนึ่ง

ความผูกพันในร่มกาสาวพัสตร์ ยังคงอยู่ในใจของท่านเสมอ

ท่านตั้งใจว่า หากมีโอกาสจะกลับมาบวชอีกครั้ง เพื่อศึกษาธรรมและปฏิบัติให้ลึกซึ้งกว่าเดิม

ไม่นานนัก ท่านได้ยินประกาศรับสมัครผู้บวช จึงตัดสินใจเข้าสมณเพศอีกครั้ง

ในวัย 20 ปี ที่วัดบ้านป่าแผก อำเภอพรเจริญ

การบวชครั้งนี้เพื่อมุ่งเรียน นักธรรมชั้นเอก

และทำหน้าที่เป็นครูสอนปริยัติธรรมให้แก่สามเณรและผู้สนใจศึกษา

ช่วงเวลานี้ท่านจำพรรษาอยู่ที่วัดเป็นเวลา 4 พรรษา

ทุ่มเทให้กับการอ่านและศึกษาพระธรรมในฝ่ายมหานิกายอย่างจริงจัง

03 นิมิตรชดใช้กรรม

ครั้นอายุได้ 25 ปี ท่านประสบกับนิมิตสำคัญ เห็นเหตุการณ์รบกวนจิตใจ

รวมถึงมีนิมิตหญิงสาวปรากฏ อาจารย์ผู้ดูแลจึงแนะนำให้ย้ายไปอยู่ที่โพนพิสัย

เพื่อหลีกเลี่ยงเหตุรบกวน ท่านจึงย้ายไปจำพรรษาที่นั่นเป็นเวลา 1 ปี

ในระหว่างพำนักที่โพนพิสัย ขณะเดียวกันในปี 2518 เกิดเหตุการณ์สู้รบ

ระหว่างฝ่ายทหารและคอมมิวนิสต์ในเขตบ้านนาทราย ติดกับพื้นที่ศรีวิลัยและพรเจริญ

โยมอุปัฏฐากของท่าน คือ แม่สีมา เชื้อดวงผุย ได้อาราธนาให้ท่านลาสิกขาและกลับมาพรเจริญ

โดยตั้งใจจะส่งเสริมให้ท่านสอบบรรจุครู ป.ป.ส.

แม้ท่านจะยังอยู่ในสมณเพศ แต่เมื่อถึงเวลาสวดครองผ้า

ท่านกลับรู้สึก “ร้อนผ้า” ซึ่งในความเชื่อของมหานิกาย

ถือเป็นนิมิตบ่งบอกถึงการเปลี่ยนแปลง จึงลาสิกขาเข้าสู่เพศฆราวาส

ซึ่งนับเป็นสัญญาณเปลี่ยนเส้นทางชีวิต จากที่โยมอุปัฏฐากตั้งใจให้ท่านสอบบรรจุครู

แต่สุดท้ายได้ยกลูกสาวของตน คือ นางสาวบุญเทียม เชื้อดวงผุย ให้เป็นคู่ครอง

ท่านและนางสาวบุญเทียมมีบุตรด้วยกัน 1 คน เป็นบุตรสาว เกิดในปี 2518

ชื่อ นงลักษณ์ ภูอาพิศ (บุญธรรม) ซึ่งก่อนที่ที่เด็กคนนี้จะเกิด

ท่านยังเล่าว่า “ตาผ้าขาว” ผู้เคยมีบุญสัมพันธ์ ได้มาขอเกิด

แต่เพียงเพื่อมาเกิดเท่านั้น ไม่ได้อยู่ร่วมชีวิต เด็กเกิดมาได้เพียงครึ่งวันก็สิ้นใจจากไป

เหตุการณ์นี้สร้างความโศกเศร้าแก่ท่านอย่างยิ่ง

แต่ท่านมองว่า เป็นเพียงหนี้กรรมที่ต้องชดใช้กัน มิใช่ความสัมพันธ์เกื้อกูลยาวนาน

อย่างไรก็ตาม การครองเรือนดำเนินไปเพียง 4 ปี ก่อนจะแยกทางกัน

ด้วยเหตุปัจจัยที่ท่านเรียกว่าเป็น “คู่กรรม” เคยสร้างหนี้ร่วมกันมาตั้งแต่อดีตชาติ

และในชาตินี้ยังต้องชดใช้หนี้กรรมร่วมกันอีก

บัตร อส

04 อาสาสมัครรักษาดินแดน ที่หันกระบอกปืนขึ้นฟ้า

เมื่ออายุราว 30 ปี หลวงปู่อำพรย้ายมาอยู่ที่หนองคาย ช่วงนั้นเกิดเหตุการณ์ที่คนเรียกกันว่า “ลาวแตก” — ความเคลื่อนไหวของลัทธิคอมมิวนิสต์ในประเทศเพื่อนบ้านลุกลามมาถึงชายแดน ส่งผลให้คอมมิวนิสต์ในไทยแข็งแรงขึ้น ทำให้พื้นที่ชายแดนและชนบทมีความไม่สงบ รัฐจึงระดมกำลังทั้งทหารและอาสาสมัครเข้าไปดูแลรักษาความปลอดภัย

ด้วยจิตใจที่อยาก รับใช้ชาติ หลวงปู่จึงสมัครเข้าร่วมเป็น อาสาสมัครรักษาดินแดน (อส.) การสมัครต้องสอบข้อเขียนและทดสอบร่างกาย แม้ท่านวิ่งไม่ค่อยไหวเพราะไม่คุ้นการออกกำลังกาย แต่ลายมือที่เรียงสวยเป็นระเบียบ ทำให้หัวหน้าหน่วยเห็นคุณค่า จึงให้เข้ามาช่วยงานด้านวิทยุ และบรรจุเป็น อส. อย่างเป็นทางการ

สองปีแรก หลวงปู่ต้องออกลาดตระเวนในป่าเพื่อตรวจหาการเคลื่อนไหวของคอมมิวนิสต์ แม้ต้องถืออาวุธ แต่ท่านไม่อยากทำร้ายชีวิตใคร จึงเลือก หันปืนยิงขึ้นฟ้า เพื่อให้เกิดเสียงปืนตามหน้าที่ โดยไม่ให้ใครบาดเจ็บ

 

05 เมื่อศิษย์พร้อม ครูจะปรากฏ

ในช่วงเหตุการณ์ ลาวแตก ได้เกิดการอพยพของชาวลาวจำนวนมาก และมีการจัดตั้ง ศูนย์ลาวอพยพที่ภูลังกา เพื่อใช้เป็นที่พักพิงและรักษาผู้บาดเจ็บจากความไม่สงบในฝั่งลาว

ในช่วงเวลาเดียวกันนั้น มี พระกรรมฐานรูปหนึ่ง ซึ่งบวชมาแล้วกว่า 20 พรรษา ออกธุดงค์ไปยังฝั่งลาว ระหว่างการธุดงค์ได้ประสบอุบัติเหตุ เหยียบกับดักระเบิด จนทำให้ ขาขาด เป็นเหตุให้ไม่สามารถดำรงสิกขาบทได้อย่างสมบูรณ์ ไม่สามารถออกบิณฑบาตได้ และต้องพึ่งพาฆราวาสในชีวิตประจำวัน ท่านจึงตัดสินใจ สึก ด้วยความจำเป็นทางสังขาร

พระรูปนี้เป็น มีนามว่า พ่อใบแดนเมือง ท่านเป็นสหธรรมิก อยู่ในกลุ่มเดียวกับ
หลวงปู่วัง ฐิตธมฺโม และ หลวงปู่จวน กุลเชฏโฐ

ต่อมา หลวงปู่ ได้บังเอิญมาพบท่านที่ศูนย์ลาวอพยพภูลังกา การพบกันครั้งนั้นกลายเป็นจุดเปลี่ยนสำคัญ หลวงปู่จึงได้ เริ่มศึกษาปฏิบัติธรรมกับท่านอย่างจริงจัง เป็นเวลาประมาณ 2 เดือน

ภายหลัง พระรูปนั้นได้ย้ายไปพำนักที่ ประเทศสหรัฐอเมริกา
ส่วนหลวงปู่ ได้นำ วิธีปฏิบัติและแนวทางที่ได้รับจากช่วงเวลาสั้น ๆ แต่มุ่งมั่นนั้น มาใช้ฝึกฝนปฏิบัติด้วยตนเองอย่างต่อเนื่องนับแต่นั้นเป็นต้นมา

บัตรราชการชายแดน

06 ปฏิบัติ ในวงเหล้า นอนเล่นข้างศพ

การใช้ชีวิตในฐานะฆาสวาส ไม่ได้ขวางกั้นการปฏิบัติ หลวงปู่นำเอาการปฏิบัติเข้ามาใช้ในการดำรงชีวิต แทบทุกขณะ ไม่ว่าจะเดิน กิน นั่ง นอน

ตกเย็น ในช่วงเวลาที่เพื่อน อส. ตั้งวงกินเหล้า หลวงปู่มักจะอ้างขอตัวไปนอน แท้จริงแล้วต้องการเวลาปลีกวิเวกไปหลบมุมนั่งสมาธินั่นเอง บางคืนหลวงปู่ จะทดสอบสภาวะจิตโดยการไปนั่งสมาธิหลังรถกระบะ ที่มีศพ เพื่อสำรวจจิตใจตนเอง ว่า เรากลัวศพ หรือเรากลัวตน
การปฏิบัติของหลวงปู่จะเป็นไปเพื่อเข้ามาทบทวนดูภายในจิตใจตน คอยขัดเกล้าจุดที่ติดขัดอย่างสม่ำเสมอ

07 ชาย 100 อาชีพ ตามหา Passive Income

ด้วยจิตใจที่มุ่งมั่นใฝ่ธรรมะ แต่ด้วยภาระหน้าที่ของฆราวาส ในฐานะผู้นำครอบครัว การวางแผนชีวิตเพื่อจุดมุ่งหมายสู่ผ้าเหลืองจึงเริ่มต้นขึ้น

ประกอบกับจังหวะชีวิตเริ่มเป็นใจ หลังจากผ่านช่วงเวลา 2 ปีแรกที่ต้องเข้าป่าลาดตระเวน หลวงปู่ถูกย้ายมาทำหน้าที่ในหน่วยวิทยุ งานเบาลงกว่าการเดินป่า 

แถมยังได้ปรับเปลี่ยนเวลาการทำงานเป็นรอบ 20 วัน พัก 10 วัน ในช่วงพัก หลวงปู่ใช้เวลาอย่างขยันขันแข็ง ไม่เคยปล่อยให้เวลาเสียเปล่า มาช่วยครอบครัว ทำนา ทำไร่ หาไม้ทำเฟอร์นิเจอร์ขาย หมอนวด หมอสมุนไพร ดีเจเปิดเพลงวิทยุ พูดโฆษณาเสียงตามสาย จนถึงขายประกัน เรียกได้ว่าไม่เคยปล่อยเวลาให้สูญเปล่า เพราะต้องหาเก็บเงินก้อนไปลงทุนซื้อที่ดิน ปลูกสวนยาง หลวงปู่มองว่าสวนยางสามารถสร้าง passive income ให้กับครอบครัวให้อนาคตได้ วันใดวันหนึ่ง หากหลวงปู่จะละฆราวาส ครอบครัวจะได้ยังเลี้ยงชีพกันเองได้

line album บิณฑบาต. 250814 40

08 ผ้าเหลืองที่รอคอย

30 ปีเต็มของการปฏิบัติในฐานะฆราวาส
เมื่อหลวงปู่เดินทางมาถึงช่วงอายุ 61 ปี
เข้าสู่สภาวะที่จิตเต็มเปี่ยมด้วยธรรมะ จิตแห่งการละ มุ่งปฏิบัติสู่นิพพาน

วันที่ 27 พฤษภาคม 2555
หลวงปู่จึงได้เข้าอุปสมบท นิกายธรรมยุต มีพระประภัสสรมุนี เป็น
พระอุปัชฌาย์ อุปสมบทให้ที่วัดท่าสะอาด อำเภอเซกา จ.บึงกาฬ

ได้รับฉายาว่า พระอำพร ฐานารโห
ซึ่งแปลว่า ผู้ซึ่งอยู่ตามฐานะ

ช่วงพรรษาแรก หลวงปู่จำวัดที่วัดถ้ำฆ้อง
อำเภอบึงโขงหลง จ.บึงกาฬ

ต่อมาพรรษาที่ 2 ย้ายมาจำวัดที่วัดอ่างมโนรา

ถัดมาปี 2557 จึงย้ายมาวัดป่าหนองไชยวาร
เพื่อมาเป็นเจ้าอาวาส และพัฒนาวัดป่าร้างแห่งนี้ตั้งแต่บัดนั้น เป็นต้นมา

กุฏิหลวงปู่ ปี 57 03

09 ก้าวสู่วัดป่าหนองไชยวาร

ในช่วงปี ๒๕๕๗ วัดป่างหนองไชยวารยังเป็นเพียงที่พักสงฆ์ พื้นที่แห้งแล้ง ขาดการทะนุบำรุงและพัฒนา

ชาวบ้านได้มาร่วมแรงร่วมใจกันสร้างกุฏิไม้ไผ่หลังแรกขึ้นมา 
หลังจากนั้น แรงศรัทธาของชาวบ้านได้เริ่มขึ้นเรื่อยๆ จนพัฒนามาจนเป็นวัดป่าหนองไชยวารในปัจจุบัน

line album บิณฑบาต. 250814 35